ชีวิตกับการเดินทาง
ชุมแพ เลย
เยี่ยมยามเวียงจันทน์
วันพ่อที่หนองคาย
เข้าเฝ้าพระศิวะ ณ เขาพระวิหาร
เรียกขวัญที่ยโสธร
ตลาดโรงเกลือและปราสาทเขาพนมรุ้ง
ตามดูหิ่งห้อยอัมพวา
เมื่อวันฉันป่วย
จากหาดทรายตะกายภู
tag ทำดีเพื่อพ่อ
ลาภปากลำบากท้อง
เจ็บเมื่อไหร่ก็โทรมา
วังวนชีวิต
เกาะแห่งคำสาป
รอยสีเทา (ด่าง ๆ ) ในใจ
เกาะหินงาม(2)
เกาะหินงาม
เรื่องเล่าจากหลีเป๊ะ (ภาคสาม)
เรื่องเล่าจากหลีเป๊ะ (ภาค๒)
เรื่องเล่าจากหลีเป๊ะ
ใครทำอะไรไว้ย่อมได้สิ่งนั้น
เกาะปันหยี
ไปส่งแม่กลับบ้าน
มันแค่ยุงรำคาญ
เรื่องเล่าวันอาทิตย์
วันเสาร์เค้าเรียกวันหยุดใช่ไหม?
สิ่งที่คิดและต้องทำ
วันฝนตกหนัก
SIPA (Phuket) PITCH 2007
ช่างหัว...เผือก
พรุ่งนี้เดินทางไปตรัง
อยากกินแกงส้ม
เล่าสู่กันฟัง
8 ชั่วโมงรวด
ตาราง..ชีวิต
สิ่งที่ฉันทำลงไป..ใจสั่งมา
เกลียดวันจันทร์
กลับมาแล้วจ้า
ต๋อย
แม่น้องธัย
2 ผัก






 

เรื่องเล่าจากหลีเป๊ะ (ภาค ๒)

 

            วันนี้ฤกษ์งามยามดีได้มีโอกาสนั่งหน้าคอม ฯ ไหน ๆ ก็นั่งแล้ว ละเลงเรื่องเล่าจากหลีเป๊ะ (ภาค ๒)   ต่อดีกว่า  จะคอยคุณศจี เค้าก็บอกว่า...พี่ล่วงหน้าไปก่อนเหอะ จีไม่ไหวแล้ว งานมันรัดคอ เอ๊ยรัดตัวเหลือเกิน ได้  เมื่อคุณขอเราจัดให้สิ่งที่คุณต้องการเดี๋ยวนี้…..

            เรือลอยลำมาถึงหน้าเกาะอาดัง  หลังจากที่ตกลงปลงใจว่าจะไม่พักที่เกาะอาดัง  แต่จะไปพักที่เกาะหลีเป๊ะแทน  เพราะสมาชิกคนอื่น ๆ ที่ร่วมโดยสารมาในเรือเดียวกันก็ไม่เห็นมีใครลงที่เกาะอาดังสักคน  (แสดงว่าเราคิดได้และคิดดี อิอิ)  เรือก็มาจอดทอดสมอหน้าเกาะหลีเป๊ะแต่ห่างจากเกาะมาพอประมาณ เพราะเป็นเรือใหญ่ไม่สามารถไปจอดหน้าเกาะได้  จึงเป็นภาระของเรือ

หางยาว ที่ต้องมารับลูกทัวร์ขนถ่ายจากเรือใหญ่เพื่อไปส่งที่เกาะหลีเป๊ะอีกทอดหนึ่ง

           เรื่องเล่าจากหลีเป๊ะ ภาค๒    เรื่องเล่าจากหลีเป๊ะ ภาค๒

                     ลงเรือหางยาว                                                   เหยียบเกาะหลีเป๊ะ

 

            ลงเรือทัวร์ขึ้นเรือหางยาวรวม 9 คน นั่งมาประมาณ 15 นาที  สมาชิกกลุ่มแรกก็ลงที่หน้าหาดอีกฝั่งหนึ่ง ที่หน้าบังกะโลชื่ออันดามัน  ลงไปแล้ว 3 เหลือพวกเรา 6  พี่ที่ลงไปก่อนฝากบอกคนขับเรือว่าให้ไปส่งคณะของพวกเราที่ฝั่งหน้าโรงเรียนบ้านเกาะอาดัง (แปลก ! ชื่อโรงเรียนบ้านเกาะอาดังแต่โรงเรียนตั้งอยู่บนเกาะหลีเป๊ะ)    ตอนที่นั่งในเรือด้วยสายตาที่ซุกซนของฉันก็เหลือบไปเห็นปลาหางแข็งสด ๆ กลิ้งไปกลิ้งมาอยู่ในระวางเรือ  ปลาสด ๆ ที่เพิ่งขึ้นมาจากทะเล ตัวแน่น ๆ ตาใส ๆ หาดูได้ไม่ง่ายนักในตลาดของสังคมคนเมืองอย่างพวกเรา  อย่ากระนั้นเลย ด้วยมีวาจาเป็นอาวุธประจำตัวอยู่แล้ว ก็ได้ลั่นวาจาขอซื้อปลาจากคนขับเรือเพื่อเอามาย่างกินตอนค่ำ ๆ ตามความปรารถนาของคุณศจีที่พูดมาในเรือว่าอยากทานของทะเลสด ๆ  คนขับเรือบอกว่าไม่ขายเพราะตกเบ็ดไปกินเองที่บ้าน แต่ฉันก็ยังไม่ลดละความพยายามที่จะให้สมาชิกได้รับประทานปลาสด ๆ ก็เลยชักแม่น้ำทั้งห้าทั้งสิบมากล่อม  จนคนขับเรือคงรำคาญเลยบอกให้ฟรี ๆๆ  (ฮ่าๆๆๆ)  บอกแล้วว่า สามารถ ....

            ได้ปลามา 2 -3 ตัว แจ๋วจ่ายค่าเรือไปคนละ 30 บาท (นึกในใจ แพงว่ะ แต่ทำไงได้เพราะไม่สามารถว่ายน้ำมาถึงเกาะหลีเป๊ะ ยังไงก็ต้องจ่าย)  ทุกคนหอบหิ้วของตรงดิ่งไปยังโรงเรียนบ้านเกาะอาดัง  ถามหาครูต้อมที่คุณศจีประสานมา   นักเรียนบอกครูต้อมอยู่ที่ศาลารวมใจ (ไม่แน่ใจว่าจำชื่อผิดหรือถูก)   พวกเราบางคนก็ตามนักเรียนไปหาครูต้อมที่ศาลา รวมทั้งตัวฉันด้วย  ไปเจอครูกำลังสอนนักเรียนอยู่บนศาลาจริง ๆ บรรยากาศดีมาก  คุณศจีก็แนะนำสมัครพรรคพวกกันเป็นที่เรียบร้อย ฉันถามหาที่พักทันทีจากคุณครู  คุณครูบอกว่า บ้านพักครูเต็มไม่สามารถรับรองพวกเราได้   แป่ว ...คิดว่ามูลนิธิ ฯ จะได้ประหยัดเงิน

       เรื่องเล่าจากหลีเป๊ะ ภาค๒   เรื่องเล่าจากหลีเป๊ะ ภาค๒

                                          ครูต้อมกับนักเรียน ณ โรงเรียนบ้านเกาะอาดัง

 

            ไม่เป็นไร ....คุณครูบอกที่พักมีหลายที่ หลายราคา  สามารถเลือกได้    เอาละ ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว  อยากเก็บของเข้าที่พักแล้วล่ะ ตกลงมาเช็คอินน์ที่บังกะโลใกล้ ๆ โรงเรียน  ได้บ้านไกลสุดติดกับหมู่บ้านชาวเล ....ดีจังจะได้ผสมกลมกลืน ได้ดูวิถีชีวิตจริง ๆ ของพวกเค้าทั้งกลางวันกลางคืน  คงได้บรรยากาศดีสุด ๆ

            เข้าที่พักเรียบร้อย  พวกเราต่างคนก็ต่างหิว เลยตกลงกันว่าจะไปหาอะไรกินกันก่อน  แล้วค่อยตระเวนดูหมู่บ้าน ตัวฉันอยากดูวิถีชีวิตของคนบนเกาะมาก ๆ ด้วยว่ามาครั้งก่อน(เมื่อนานมาแล้ว) ไม่ได้ไปไหนเลย  เพราะเวลาจำกัด มาแค่หน้าโรงเรียนแล้วลงเรือกลับ  มาเที่ยวนี้เลยกะว่าจะเก็บเกี่ยวบรรยากาศให้เต็มที่  

เรื่องเล่าจากหลีเป๊ะ ภาค๒   เรื่องเล่าจากหลีเป๊ะ ภาค๒

                                   ที่ซุกหัวนอน  ได้บรรยากาศมั่ก ๆ   หลังสุดท้ายเลย

 

            พวกเราเดินหาร้านอาหาร  เดินเลยโรงเรียนเข้าไปเจอร้านอาหารตามสั่งอยู่เกือบกึ่งกลางชุมชน  อย่ากระนั้นเลยพวกเราก็พร้อมใจกันสั่งอาหารกันคนละอย่าง พร้อมน้ำดื่ม  ถึงเวลาคิดค่าอาหาร  โห ...ค่าอาหารตามสั่งจานละ 50 บาท ค่าน้ำ เช่น ชาดำเย็น ชามะนาว แก้วละ 25 บาท

นั่งมองหน้าทำตาปริบ ๆ เจ้าของร้านบอกว่า อาหารที่นี่แพงทุกร้าน เพราะต้องบวกค่าขนส่ง พวกเรามานั่งคุยกันว่าที่ภูกระดึงมายากกว่าที่นี่   แต่ราคาอาหารไม่โหดขนาดนี้  หรือบางอย่างราคาก็พอ ๆ กัน  ฉันคิดว่าทำไมเราต้องมาบริโภคอาหารในราคาเดียวกับนักท่องเที่ยวด้วยนะ ทั้ง ๆ ที่เราก็เป็นคนพื้นถิ่นเช่นเดียวกับคนขาย จะต่างกันแค่จังหวัดที่อาศัยเท่านั้น สงสารชาวเกาะ และสงสารตัวเองถ้าอยู่หลายวันกระเป๋าคงเบาแน่......ฯ

 

***ฝากตอนที่ ๒  ให้น้องหล้า และอ้อ ได้อ่าน...ต่อนะจ๊ะ  เน็ตช้ามาก..อืดเหมือนคนเขียนไดเลย  ที่จริงมีรูปสวย ๆ อีกเยอะ อยากเอาลง แต่..ด้วยเหตุและปัจจัยอย่างที่บอก...เลยเอวัง...ด้วยประการละฉะนี้...แล...ฯฯฯฯฯฯ

     Share

<< เรื่องเล่าจากหลีเป๊ะเรื่องเล่าจากหลีเป๊ะ (ภาคสาม) >>

Posted on Tue 9 Oct 2007 17:30
ไปจริงมั้ยล่ะ ยิ๋งต๋อย แล้วจะรู้ว่าสวรรค์มีจริง อิอิ
p'pim   
Tue 9 Oct 2007 16:30 [1]

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh