ชีวิตกับการเดินทาง ๒
ชีวิตกับการเดินทาง
ชุมแพ เลย
เยี่ยมยามเวียงจันทน์
วันพ่อที่หนองคาย
เข้าเฝ้าพระศิวะ ณ เขาพระวิหาร
เรียกขวัญที่ยโสธร
ตลาดโรงเกลือและปราสาทเขาพนมรุ้ง
ตามดูหิ่งห้อยอัมพวา
เมื่อวันฉันป่วย
จากหาดทรายตะกายภู
tag ทำดีเพื่อพ่อ
ลาภปากลำบากท้อง
เจ็บเมื่อไหร่ก็โทรมา
วังวนชีวิต
เกาะแห่งคำสาป
รอยสีเทา (ด่าง ๆ ) ในใจ
เกาะหินงาม(2)
เกาะหินงาม
เรื่องเล่าจากหลีเป๊ะ (ภาคสาม)
เรื่องเล่าจากหลีเป๊ะ (ภาค๒)
เรื่องเล่าจากหลีเป๊ะ
ใครทำอะไรไว้ย่อมได้สิ่งนั้น
เกาะปันหยี
ไปส่งแม่กลับบ้าน
มันแค่ยุงรำคาญ
เรื่องเล่าวันอาทิตย์
วันเสาร์เค้าเรียกวันหยุดใช่ไหม?
สิ่งที่คิดและต้องทำ
วันฝนตกหนัก
SIPA (Phuket) PITCH 2007
ช่างหัว...เผือก
พรุ่งนี้เดินทางไปตรัง
อยากกินแกงส้ม
เล่าสู่กันฟัง
8 ชั่วโมงรวด
ตาราง..ชีวิต
สิ่งที่ฉันทำลงไป..ใจสั่งมา
เกลียดวันจันทร์
ต๋อย
แม่น้องธัย
2 ผัก






 

เรื่องเล่าจากหลีเป๊ะ (ภาคสาม)

 

          หลายคนคงคิดว่าทำไมเรื่องนี้ถึงยืดเยื้อเรื้อรังซะเหลือเกินไม่ยอมจบสักที  ก็แหม..คนเขียนอย่างฉันเป็นมือใหม่หัดขับ  เอ๊ย  มือสมัครเล่น กว่าจะกลั่นกรองคำพูดและเนื้อหาในเรื่องออกมาได้แต่ละวรรคแต่ละตอน มันช่างยากเย็นแสนเข็ญ ปิ่มว่าจะขาดใจ (เวอร์เนาะ)  จริง ๆ พูดนะง่ายกว่าเขียนเป็นไหน ๆ   (ครูภาษาไทยที่เคยสอนการเขียนเพื่อการสร้างสรรค์ตอนมัธยมปลายคงค้อนขวับ ๆ ) ฐานที่เรียนมาแล้วกลับใช้งานไม่ได้...แหะ ๆๆ ครูขาหนูขอโทษ ครูช่วยคืนความรู้กลับมาให้หนูหน่อยได้ไหม (อ้าวเป็นงั้นไป) หนูตัวอ้วนซะด้วย

            วันแรกของการมาเยือนเกาะหลีเป๊ะก็ติดช่วงบ่ายไปแล้ว  จะออกไปตะเวนนอกเกาะก็คงไม่ได้  เพราะฉะนั้นกิจกรรมที่ดีที่สุดคือตะลอน ๆ อยู่ในหมู่บ้าน  ว่าแล้วทุกคนก็เลือกเดินไปตามทางที่ตัวเองอยากไป  เข้าซอยนั้นออกซอยโน้น  แวะบ้านนั้น หยุดบ้านนี้  ถามไถ่ความเป็นมาเป็นไป  ถามถึงความสัมพันธ์ของชาวเลเกาะหลีเป๊ะกับชาวเลที่เกาะสิเหร่  ปรากฎว่าแม่จิ้ว ประมงกิจ  แม่เพลงแห่งอันดามัน  เจ้าของลีลาส่ายสะโพกที่ติดตาตรึงใจ และลวดลายการสะบัดปลายเท้าที่สุดแสนจะเร้าใจในความรู้สึกของฉัน ก็เป็นญาติกับคนที่นี่  แม่จิ้วเคยเล่าให้ฉันฟังว่าตัวเองมาจากเกาะหลีเป๊ะ  ใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นจนรุ่นสาว  จึงขยับขยายย้ายมาภูเก็ต  จึงไม่แปลกอะไรที่วงศ์วานย่านเครือของแม่จิ้วจะมีอยู่หลายบ้านในเกาะแห่งนี้

            เดินวนเวียนไปมาในชุมชน  มีความสุขเล็ก ๆ กับการปลดปล่อยตัวเองออกจากภาระงาน

หลีกลี้หนีความสับสนวุ่นวายของสังคมเมือง  มาอยู่ในเกาะกลางทะเลที่ค่อนข้างห่างไกลจากผู้คน

ประทับใจกับรอยยิ้ม และเสียงทักทายของคนในชุมชน  ผู้คนที่นี่ไม่หวงรอยยิ้มกันเลยนะ ทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ แจ่มใสกันถ้วนหน้า  ดูเค้าจะคุ้นชินกับแขกแปลกหน้าที่แวะเวียนมาเยือนอยู่อย่างสม่ำเสมอ

อีกอย่างหนึ่งที่ขอชมเชยไว้ ณ ที่นี้คือ ชุมชนชาวเลที่นี่รักษาความสะอาดของบ้านเรือนได้ดีเยี่ยม

บริเวณบ้านจะกวาดอย่างดี ดูสะอาดสะอ้าน ไม่ค่อยเห็นขยะให้เกะกะลูกตา  รวมไปถึงเครื่องใช้ไม้สอยในครัว  หม้อหุงข้าวที่ถูกขัดถูไว้อย่างดี ขึ้นเงาขาววับ เพราะแม่บ้านที่นี่หุงข้าวด้วยเตาถ่าน มีการเผาถ่านไว้ใช้เองในครัวเรือน  และส่วนหนึ่งก็ใช้สำหรับย่างปลิงทะเล ปลิงทะเลของที่นับเป็นสินค้าราคาแพง ส่งออกไปขายถึงเกาะลังกาวี  ประเทศมาเลเซีย กิโลกรัมละประมาณ 800 บาท  ปลิงทะเลถือว่าเป็นยาชูกำลังขนานเอกที่ใคร ๆ ก็ไขว่คว้าอยากหาไว้รับประทาน (ยกเว้นฉันนะ) แค่เห็นปลิงทะเลเปลือยกายนอนอยู่บนเตา   ฉันแทบไม่อยากเหยียบย่างลงไปในน้ำอีกเลย...

เรื่องเล่าจากหลีเป๊ะ ภาคสาม          เรื่องเล่าจากหลีเป๊ะ ภาคสาม

                   ปลิงทะเลย่าง                                         สภาพบ้านเรือนที่สะอาดตา

 

          แวะเวียนไปเยี่ยมเยียนได้สักครึ่งเกาะ  แปลกใจว่าทำไมเกือบทุกบ้านถึงมีลูกอ่อน เดินไปบ้านไหนก็เห็นคุณแม่ไกวเปลบ้าง  ให้นมลูกบ้าง หรือบางบ้านมีผ้าอ้อมตากซะเต็มราวผ้า  คุณแม่ที่นี่เก่งนะ ยังทำคลอดกับแม่ทาน (หมอตำแย)  แถมยังมีการอยู่ไฟแบบโบราณอีกด้วย ดีจังได้ย้อนยุคไปเห็นภูมิปัญญาดั้งเดิมของบรรพชน ที่ทุกวันนี้จะหาดูได้จากหนังสือ หรือเห็นในเวลาที่มีการจัดนิทรรศการนาน ๆ ครั้ง  นี่ถือเป็นโชคดีอีกหลาย ๆ ต่อของพวกเรา  เห็นแม่บ้านนั่งโขลกเครื่องแกงกันอย่างขมีขมัน  ย้อนมาดูตัวเอง  เป็นได้แค่คุณนายถุงพาสติก  (อายชาวเกาะนะเนี่ย   แต่เอาละวะเข้าข้างตัวเองว่าก็บนเกาะไม่มีใครทำแกงถุงขายนี่หว่า ถ้ามีขายรับรองคนโขลกเครื่องแกงคงไม่มานั่งโขลกให้หลังขดหลังแข็งอยู่แบบนี้หร๊อก)  อ้อ อีกเรื่องนะ ทุกบ้านที่นี่จะมีแผงโซลาเซล์ไว้รับพลังงงานจากแสงอาทิตย์เพื่อแปลงเป็นไฟฟ้าเก็บไว้ในหม้อแบตเตอรี่ไว้ใช้ประโยชน์ในยามค่ำคืน  ทั้งเป็นแสงไฟ  ทั้งไว้เปิดวิทยุ  และโทรทัศน์

เรื่องเล่าจากหลีเป๊ะ ภาคสาม           เรื่องเล่าจากหลีเป๊ะ ภาคสาม  

                  แม่ลูกอ่อน                                                แผงโซลาเซลล์

            ย้อนกลับมาที่พัก เพราะใกล้ค่ำแล้ว เหนียวตัวเหนอะหนะ  คิดถึงน้ำขึ้นมาตะหงิด ๆ อยากอาบน้ำน่ะ  จ้ำอ้าวกลับมาที่พัก ว้า....ไฟยังไม่มา ดูมืดทึม ๆ เพราะรีสอร์ทยังไม่ปั่นไฟ  ไปนั่งกับชาวบ้านก่อนดีกว่า  เห็นตั้งวงกันมาตั้งแต่เราเริ่มเข้าที่พักจนบัดนี้วงยังหนาแน่นเหมือนเดิม  เห้อ...ทั้งเกาะสิเหร่  ทั้งราไวย์  ทั้งท่าฉัตรไชย   และเกาะหลีเป๊ะ  ทำไม๊  ทำไมถึงเหมือนกันเหลือเกิน  ฉันรู้สึกหดหู่เอามาก ๆ เพราะกดดันกับแม่บ้านที่ท่าฉัตรไชยเรื่องการแยกพวกเขาออกจากวงรำพัด  ที่ทำให้ฉันระทมระทวยทุกครั้งที่ได้เห็น  เออหนอ...  คนเราทีเรื่องดี ๆ ที่อยากจะหยิบยื่นให้กลับไม่เอา พอเรื่องแบบนี้ไม่หยิบยื่นให้  กลับไขว่คว้าหากันเองซะอีก....ตกลงว่ากว่าเค้าจะสลายวงก็ปาเข้าไปเกือบสองทุ่ม  สอบถามได้ความว่านั่งกันมาตั้งแต่เช้าแล้ว ช่างทรหดอดทนกันเสียจริง ๆ

เรื่องเล่าจากหลีเป๊ะ ภาคสาม      เรื่องเล่าจากหลีเป๊ะ ภาคสาม

                   รีสอร์ที่พัก                                            ไม่ไล่ไม่เลิกจริง ๆ

            คุณแจ๋ว เอาปลาไปฝากแม่บ้านแถวบังกะโลย่างให้  แถมเค้าใจดีทำน้ำจิ้มให้อีกต่างหาก แบบไม่คิดตังส์   นี่คือน้ำใจที่หาได้ไม่ง่ายนักในสังคมปัจุบัน  พวกเราก็ร่วมด้วยช่วยกันเปิบพิสดารกันอยู่ที่หน้าระเบียงที่พักนะแหละ  ได้อรรถรสซะไม่มี กินปลาไม่มีข้าวเคล้าแสงจันทร์และแสงไฟจากเครื่องปั่นที่ดังกระหึ่มมาเป็นจังหวะ  บ้านพักของพวกเราเป็นบ้านเดี่ยวมี 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ

หนึ่งห้องให้สองชายหนุ่ม  อีกหนึ่งห้องให้สี่หญิงสาว (น้อย) แยกย้ายกันไปตามอัธยาศัย

            ทำกิจธุระเรื่องอาบน้ำอาบท่าเสร็จ  ทุกคนยกเว้นฉันอยากไปอาบแสงจันทร์ที่ชายหาด ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมฉันถึงไม่อยากไป  ทุกคนไปกันหมด ปล่อยฉันให้อยู่กับแสงไฟในห้องเพียงลำพัง  มองออกไปนอกหน้าต่างเห็นทั้งเด็กและผู้ใหญ่ในหมู่บ้านหอบหิ้วหมอน เสื่อ ผ้าห่ม เดินตามหลังกันเป็นขบวน ฉันก็ชะโงกหน้าไปถามว่าไปไหนกันเค้าบอกว่าไปนอนหน้าหาด เพราะที่บ้านมันร้อน  ฉันบอกตามสบาย  เพราะฉันคงไม่ไปร่วมวงศ์ไพบูลย์ด้วย กลัวความเหนียวของน้ำทะเลแล้วขี้เกียจอาบน้ำเป็นหนที่สอง  นอนดูแสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างห้อง เออหนอคนเราปิดประตูซะมิดชิดแต่ดันเปิดหน้าต่างเอาไว้ทุกบาน  หน้าต่างก็ไม่ได้สูงมากนัก  แถมมาอยู่ในชุมชนของคนแปลกหน้าที่ไม่ใช่ญาติพี่น้องเรา  คิดไปคิดมาชักจะหวั่น ๆ  เหลียวหาใครก็ไม่มีเค้าอยู่หน้าหาดกันหมด  ได้ยินบ้านข้าง ๆ เปิดเพลงจากวิทยุดังมาเป็นระยะ ๆ ค่อยใจชื้นขึ้นมาหน่อย จะสี่ทุ่มแล้วทำไมทุกคนยังไม่กลับนะ  ฉันเริ่มกระสับกระส่าย  เหงื่อเม็ดเล็ก ๆ เริ่มผุดตามหน้าและลามไปทั้งตัว  หัวใจเต้นดังตึกตัก ๆ นี่คืออาการกลัวอย่างไม่มีเหตุผลใช่ไหม? ฉันเฝ้าแต่ถามตัวเอง  แล้วเรากลัวอะไร? ก็ตอบไม่ได้  กำลังอยู่ในภาวะสับสนขนาดหนัก...ไฟฟ้าดับพรึบลง ดับไปทุกบ้าน  โอย....ฉันคิดผิดแน่เลยที่ไม่ยอมออกไปอาบแสงจันทร์กับพวกเค้า  เมื่อไหร่เค้าจะมา....มาได้แล้วนะ นั่งภาวนาได้สักพัก  ได้ยินเสียงฝีเท้าหลาย ๆ คู่พร้อมเสียงหัวเราะเดินมาใกล้บ้านพัก

                      เย๊ ๆๆๆๆ ดีใจสุด ๆ ทุกคนกลับมาแล้ว  แต่เราจะไม่บอกหรอกว่าที่ผ่านมาเมื่อสักครู่นี้เราเป็นโรคปอดแหก และโรคตาขาวอย่างรุนแรง  (จะบอกทำไมให้เสียฟร์อม) ......

            คืนนี้.....อารมณ์พามาได้เท่านี้ .....วันอื่นอารมณ์ขยันคงผ่านมาให้เราได้ลุกขึ้นมารำพึงรำพันได้แบบวันนี้ ......(ลุ้นๆๆๆ)

เรื่องเล่าจากหลีเป๊ะ ภาคสาม          เรื่องเล่าจากหลีเป๊ะ ภาคสาม

                                                   อรุณรุ่ง ณ เกาะหลีเป๊ะ

 

                              ***** กลับบ้านที่ตรัง ๒ - ๓ วันจ้า*****

อารมณ์ศิลปินเมื่อไหร่จะมาอีกเนี่ย  อยากเล่าเรื่องหาดหินงามจังเลย.....อารมณ์ขยันจงมาด้วยเถิด.

     Share

<< เรื่องเล่าจากหลีเป๊ะ (ภาค๒)เกาะหินงาม >>

Posted on Wed 10 Oct 2007 14:54
Taking the ovievrew, this post hits the spot
Larissa   
Thu 30 May 2013 15:48 [4]
 

One or two to remebemr, that is.
Elena   
Tue 28 May 2013 11:51 [3]
 

เจ้านายกินข้าวเสร็จล่ะ..อิอิ

อิจฉาคนไปทำงานเช้าพฤหัสแล้ว

อ้อยนับอีกสองวัน...ฮิ้วว วันศุกร์ แล้วต่อก็จะไปรับตาแล้วค่ะเช้าวันเสาร์นี้ค่ะ

ตื่นเต้นไปกับพ่อด้วยหนะค่ะ
น้องอ้อย   
Thu 11 Oct 2007 7:01 [2]

หนูแวะมาเมื่อวานนะคะพี่พิม ตามอ่านของเก่าด้วยค่ะ ...เพี๊ยง ขอให้ส่งเมนท์นี้ผ่าน...

เมื่อวานเมนท์ไปสามโยต พอคลิกส่ง หายวับไปกับตา เสียใจไม่ได้ก๊อบ เลยออกจากหน้าจอไปเลยค่ะ

ไปอยู่แถวนั้นปลาสด ๆ จากทะเลเอามาทำอาหารคงจะอร่อยมาก ๆ เลยนะคะนี่

ป.ล. ใช่แล้วๆๆค่ะใจจดใจจ่อรอตาน้องธัยมาถึงว่าจะเล่าอะไรให้ฟังมั่ง

อีกป.ล. คิดถึงนะคะพี่พิม...วันนี้เน็ตไวแหะ ของพี่ไวมั้ยค่ะพักนี้
น้องอ้อย   
Thu 11 Oct 2007 2:22 [1]

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh