ลองขยับไดฯ
แอบทิ้งหัวใจ...ไว้ที่อินเดีย(ภาคจบ)
แอบทิ้งหัวใจ...ไว้ที่อินเดีย
อรุณสวัสดิ์เบญจคีรีนคร
ตามรอยกามนิตที่ราชคฤห์นคร
สนธยา ณ ไพศาลี
หยดน้ำตา ณ สาลวโนทยาน
ชาติภูมิมหาบุรุษเอกของโลก
เยือนแดนดินถิ่นองคุลีมาล
บันนารัสส่าหรีมหานทีคงคา
อรุณรุ่งที่พุทธคยา
ก้าวแรกที่โกลกัตตา
ปฐมเหตของการเดินทาง
รายงานการเดินทาง
เดินทางอีกแล้ว...
คืนวันอันวุ่นวายภาคสอง
คืนวันอันวุ่นวาย
ลองทำดู
ศุกร์/สุข?
รวมเรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์
วันเกิด
นิทรรศการของจิ๋ว
ลาป่วย
ต๋อย
แม่น้องธัย
2 ผัก






 

อรุณสวัสดิ์เบญจคีรีนคร (ราชคฤห์นคร) .. ..วันนี้ฉันอยู่โยงเฝ้าห้องคนเดียว เพราะคณะเดินทางขึ้นเขาคิชฌกูฏตั้งแต่ ๔ นาฬิกา  ใช้เวลาอันสงบเงียบกับการอ่านหนังสือที่ค้างคามาตั้งแต่เมื่อคืน จนรู้สึกหิวนิด ๆ เลยอาบน้ำแต่งตัว  เก็บกระเป๋าแล้วเสร็จ  เดินออกมานอกห้อง  โอ้..อากาศช่างสดชื่นเย็นสบาย ร่มรื่นไปด้วยแมกไม้หลากหลายพันธุ์  มองดูห้องพักเหมือนรีสอร์ทหรูในหุบเขาก็ไม่ปาน นั่นก็เพราะราชคฤห์ เป็นเมืองในหุบเขาที่มีภูเขาล้อมรอบถึง ๕ ลูก จึงได้ชื่อว่าเบญจคีรีนคร  ได้แก่ ๑.ภูเขาปัณฑวะ ๒.ภูเขาคิชฌกูฏ  ๓.ภูเขาเวภาระ  ๔.ภูเขาอิสิคิลิ  ๕.ภูเขาเวปุลละ  และยังเป็นเมืองที่มีสถานที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา ได้แก่ เขาคิชฌกูฏ มีพระคันธกุฎีบนยอดเขา, วัดเวฬุวัน วัดแรกในพระพุทธศาสนา, ถ้ำสุกรขาตา ที่พระสารีบุตรบรรลุธรรม, ถ้ำสัตบรรณคูหา ที่ทำสังคายนาครั้งแรก, และบ่อน้ำร้อนตโปทารามที่ชาวฮินดูศรัทธา เป็นต้น    ฉันเดินออกมาหน้าวัดเจอกับแม่ชีสุแก่นธรรมและแม่ชีอรัญญาที่ไม่ได้ขึ้นเขาคิชฌกูฏ เพราะต้องอยู่โยงเฝ้าไข้ยายเหนียม (ท่านผู้อ่านคงจำยายเหนียม อายุ ๘๐ กว่าที่ไปแสดงปาฏิหาริย์ ณ ยมกปาฏิหาริย์ได้นะคะจากตอนก่อน) ยายเหนียมเกิดอาการท้องเสียกะทันหันหลายครั้ง จนต้องตามหมอมาฉีดยาและให้น้ำเกลือ  น่าสงสารมาก ตัวเล็ก ๆ อยู่ด้วยแถมอายุมากอีกต่างหาก แต่คนที่น่าสงสารกว่าคือแม่ชีเพราะต้องดูแลเหมือนแม่ตัวเองก็ไม่ปาน

กลับมานั่งอ่านหนังสือที่โรงอาหาร ขอยืมกาวจากพระเพื่อซ่อมหนังสือ  ระหว่างนั้นก็เห็นจากหางตาว่ามีสามเณรน้อยแอบดูมาจากในกุฏิ เลยให้พระท่านนมัสการสามเณรน้อยมานั่งคุยด้วย  หน้าตาน่าเอ็นดู ท่าทางจะเขินอาย    เพราะมานั่งทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยมต่อหน้าสีการุ่นป้า พระท่านเล่าว่าสามเณรเหล่านี้มาจากรัฐแถบชายแดนที่มีฐานะยากจน  แต่อยากมีวิชาความรู้  จึงมาอยู่วัด บางรูปอายุไม่เกิน ๕- ๖ ขวบ ฉันรู้สึกถูกชะตาและเอื้อเอ็นดูสามเณรน้อยเหล่านี้เป็นพิเศษ  เลยถวายปัจจัยด้วยเงินรูปีใหม่เอี่ยมอ่องให้ทุกรูป 

อรุณสวัสดิ์เบญจคีรีนคร

                            สามเณรน้อยที่วัดไทยสิริราชคฤห์

รู้สึกดีที่ได้ทำบุญแต่เช้า   แม่ชีอรัญญาให้ฉันกินอาหารก่อน โดยไม่ต้องรอคณะ กินเสร็จนั่งอ่านหนังสือต่อ   สักพักได้ยินเสียงฝีเท้า  เสียงหัวเราะ  พูดคุยดังใกล้เข้ามา    เมื่อฉันเงยหน้าขึ้นก็เห็นมาโนชและพระอาจารย์จูมมายืนอยู่ข้าง ๆ พร้อมวางข้าวโพดปิ้งให้ฉันหน้าตาเฉย    ฉันแทบกรี๊ด! อยากร้องไห้ขึ้นมาในบัดดล  แต่สิ่งที่ทำได้ในขณะนั้นคือพนมมือขอบพระคุณท่านที่มีเมตตาเอามาฝาก มีคนบอกว่ากินของที่เหลือจากพระฉันจะดี  ฉันหลับหูหลับตาแกะกินไป ๑ แถว เพราะเกรงใจพระอาจารย์สุด ๆ และแล้วก็เหมือนสวรรค์มีตา ฟ้ามีใจ  อ.ฤดีเดินมาถามว่า ได้ข้าวโพดปิ้งมาจากไหน หน้าตาดูดีมาก   ฉันกุลีกุจอใส่มือให้ อ.ฤดี แล้วก็ไปยืนโย่ว ๆ อยู่ข้างหลัง เพราะมีคนมารับมรดกแล้ว  พระอาจารย์นะพระอาจารย์ทำไมถึงทำกับฉันได้...

          เสร็จจากทำบุญที่วัดไทยสิริราชคฤห์  คณะเดินทางกลับ เส้นทางวันนี้ย้อนกลับพุทธคยา  เพื่อรอเวลากลับเมืองไทย ล่วงเข้าวันที่ ๑๐ แล้วซินะ กับการใช้ชีวิตในแดนพุทธภูมิ  รู้สึกใจหายเมื่อรู้ว่าเวลาเริ่มนับถอยหลังเข้ามาทุกขณะ ไม่อยากให้ถึงวันที่ ๑๓ เลย ชีวิตมีความสุขมากมาย จนอยากหยุดเวลาไว้กับความสุขตรงนี้     แต่นั่นแหละ..เวลาของความสุขมักโบยบินจากไปในระยะเวลาอันไม่ยาวนานเสมอ...รถวิ่งมาหยุดให้กินข้าวเที่ยงระหว่างทาง   ฉันพยายามเก็บเกี่ยวภาพแห่งความประทับใจทั้งหมดทั้งมวลให้มากที่สุดเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการรังสรรค์งานเขียน

รถจอดให้สมาชิกได้ชมร่องรอยทางเกวียนในสมัยพุทธกาล อายุเกือบ ๓,๐๐๐ ปี  ฉันได้แต่นั่งดูจากบนรถ  เพราะอากาศที่ร้อนนั่นเอง   ด้วยระยะทางระหว่างกรุงราชคฤห์กับพุทธคยาห่างกันประมาณ ๘๐ กิโลเมตร  ถนนค่อนข้างดี  คณะวิทยากรจึงให้ลูกทัวร์แสดงทัศนะที่ได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันตลอด ๑๐ วัน   ผ่านไปคนแล้วคนเล่าที่มาเผยถึงสาเหตุของการเดินทางในครั้งนี้....ทำไมไม่ถึงเราซะทีนะ. ..พระอาจารย์จะกั๊กเราไว้คนสุดท้ายหรือไร...ที่เตรียมจะพูดคนอื่นก็เอามุขไปใช้ซะแล้ว...เราจะแพล่มเอ๊ยพล่ามอะไรละทีนี้    จริงดังคาด  ทีมเราพูดไปหมดแล้ว   เหลือเราและอ.ปู่   และแล้วก็ได้ฤกษ์เราซะที..เมื่อมือถือไมค์ถึงแม้ไม่มีไฟส่องหน้า แต่ไกด์เก่าอย่างเราไม่ทำให้เสียชื่ออาจารย์แน่นอน....จ้อไปซะขนาดไหน....ตัวเองก็จำไม่ได้.....รู้แต่ว่า..กำลังมันส์ได้ที่..ตาเหลือบไปเห็นหลังคาวัดที่คุ้นตา......อ้าว! ถึงวัดไทยพุทธคยาซะแล้ว    ทำเอาตัวเองและคนบนรถค้างไปตาม ๆ กัน   ฮ่าๆๆๆ (ฟังเรื่องค้างจ้า )

อรุณสวัสดิ์เบญจคีรีนคร

         ร่องรอยทางเกวียนในสมัยพุทธกาล อายุประมาณ ๓,๐๐๐ ปี

ถึงวัดไทยพุทธคยา       แยกย้ายเอาของไปเก็บ บ่ายวันนี้ทุกคนอิสระในการเป็นอยู่... ..สำหรับฉันนัดกับพี่เอื้อง พี่จี๊ด แนน และอ.ปู่  จะไปเยี่ยมบ้านโชตู คนขับรถตาต้าซูโม่  ฉันอยากดูสภาพชีวิตคนอินเดียแบบจะ ๆ ให้เต็มสองหูสองตา เลยโลดแล่นไปกับรถซูโม่ทันทีที่ได้ห้องและวางกระเป๋าเสร็จ  พี่ทั้งสองชวนชิมน้ำมะม่วงอินเดีย ปรากฏว่าโดนใจฉันสุด  ๆ อร่อยล้ำจนต้องถามหาซ้ำแล้วซ้ำเล่า   ระหว่างทางที่ไปบ้านโชตู   ผ่านโรงเรียน  ฉันขอแวะเพราะอยากดูโรงเรียน  เด็ก ๆ แต่งตัวตามสบายมาเรียนหนังสือ  โรงเรียนคงใกล้เลิกเพราะเด็กมาเข้าแถวและท่องคำปฎิญาณอะไรสักอย่าง ที่ฉันฟังแล้วแปลไม่ออก  

อรุณสวัสดิ์เบญจคีรีนคร

                                         เด็กนักเรียนในชนบทของอินเดีย

รถเคลื่อนที่ต่อไปตามเส้นทางสายท้องนา  เมื่อไปถึงบ้านโชตู สมาชิกบ้านใกล้เรือนเคียงยกขบวนมาดูเรากันแน่นขนัดไปหมด (ยังกะดาราบอลลีวู๊ดมา อิอิ)   พ่อโชตูน่ารักมาก  กุลีกุจอต้อนรับพวกเราอย่างดี รวมถึงศรีภรรยาที่มีลูกเล็ก ๆ ของโชตู ที่หน้าตายังดูอ่อนเยาว์  ฉันได้โอกาสดูบ้านดินของคนอินเดียเต็มที่ก็ครั้งนี้  ขอเข้าไปดูภายในบ้าน  ซึ่งมีที่นอน ที่วางเสื้อผ้า ที่เก็บข้าวเปลือก  ครัว  ไม่มีการแบ่งเป็นสัดส่วน ไม่มีการกั้นห้อง  เข้าไปด้านในก็อยู่ได้ไม่นาน รู้สึกอับชื้น เหมือนไม่มีอากาศหายใจ  พวกเค้าชิน แต่ฉันไม่ชิน เลยถอยออกมาเดินดูทัศนียภาพข้างฝาบ้านที่เต็มไปด้วยขี้วัวแปะแผ่อยู่ทุกบ้าน นับเป็นศิลปะที่เอื้อประโยชน์ให้เจ้าของบ้านได้อย่างดีแท้

อรุณสวัสดิ์เบญจคีรีนคร

                             สภาพบ้านดินของคนอินเดีย

โชตูมาส่งที่บริเวณต้นโพธิ์....ฉันอยากดูของและบรรยากาศแถบนั้น จึงแยกกับพรรคพวก โดยที่ ฉันกับอ.ปู่เข้าไปในตลาดทะลุออกไปสุดซอย จนถึงแม่น้ำเนรัญชราที่น้ำลดเกือบถึงกลางแม่น้ำ  เจอคนหน้าตาคุ้น ๆ มาทักทายว่า สวัสดีครับ  จำได้ครับ สบายดีไหม ตลอดทาง  คนอินเดียหน้าตาคล้ายคลึงกันมาก ทำฉันสับสนว่าเค้าจำคนผิดหรือเปล่าแต่ไม่ใช่  เค้าจะทักแบบนี้กับคนไทยทุกคน เพราะเค้าได้ภาษาไทยเหล่านี้มาจากคนไทยและวัดไทยนั่นเอง

อรุณสวัสดิ์เบญจคีรีนคร

                                              แม่น้ำเนรัญชรา

ภูเขาด้านหลังคือเขาดงคสิริ สถานที่บำเพ็ญทุกขรกิริยาของพระพุทธเจ้า

                 (เขียนถูกไหมนี่?  พระอาจารย์จูมช่วยตรวจด้วยค่ะ )

คืนนี้หลายคนไปนั่งสมาธิที่ต้นโพธิ์ ฉันดูอากาศและร่างกายแล้ว เลยตอบปฏิเสธ  ขอพักผ่อนและจัดกระเป๋า พร้อมซักผ้าบางส่วน  ที่เหลือฝากมาโนชส่งซัก....กลับขึ้นห้องพักที่อยู่ชั้น ๒ อ่านหนังสือที่หอบหิ้วมาจากเมืองไทย...ราตรีสวัสดิ์พุทธคยา....แล้วพบกันพรุ่งนี้ที่ต้นโพธิ์........

     Share

<< ตามรอยกามนิตที่ราชคฤห์นครแอบทิ้งหัวใจ...ไว้ที่อินเดีย >>

Posted on Wed 29 Oct 2008 18:45
Heck of a job there, it abosltuely helps me out.
Anup   
Mon 10 Jun 2013 13:47 [25]
 

I suppose that sounds and smlles just about right.
Hanna   
Sat 8 Jun 2013 18:05 [24]
 

Life is short, and this atirlce saved valuable time on this Earth.
Sap   
Sat 8 Jun 2013 17:00 [23]
 

Wowza, prolebm solved like it never happened.
Amira   
Sat 8 Jun 2013 15:44 [22]
 

I scaerhed a bunch of sites and this was the best.
Prosper   
Sat 8 Jun 2013 12:37 [21]
 

Kewl you should come up with that. Exlcelent!
Shirley   
Sat 8 Jun 2013 9:46 [20]
 

It's a real plausere to find someone who can think like that
Nasroel   
Thu 30 May 2013 18:17 [19]
 

You've maganed a first class post
Ruchi   
Thu 30 May 2013 16:16 [18]
 

What a pleasure to find someone who idieniftes the issues so clearly
Lisa   
Thu 30 May 2013 15:42 [17]
 

Great hammer of Thor, that is pweofrluly helpful!
Nerisha   
Tue 28 May 2013 13:23 [16]
 

I apprceatie you taking to time to contribute That's very helpful.
Sangwan   
Tue 28 May 2013 12:08 [15]
 

I am forever indbeted to you for this information.
Lisa   
Tue 28 May 2013 11:46 [14]
 

Home run! Great sluggnig with that answer!
Golabaria   
Sun 26 May 2013 14:21 [13]
 

ความขี้เกียจไม่เคยปราณีใคร อิอิ กำลังพยายามอยู่แล้ว ได้ หนึ่งย่อหน้าแว้ววว...
จขด.   
Wed 3 Dec 2008 19:36 [12]

พี่พิมนี่มีความหลังกับข้าวโพดเสียจริงๆ ฮ่าๆๆๆ
หยกยิ้ม   
Wed 19 Nov 2008 1:57 [11]

อรุณสวัสดิ์กันข้ามเดือนเลยนะคะคุณพี่ขา 555

เร่งมือให้ไว รออยู่จ้า
ปลากระป๋อง   
Fri 14 Nov 2008 0:45 [10]

แวะเข้ามาเย่ยมเหมอนกันเขียนถึงใหนแล้วมาเป็นกำลังใจให้ฮิๆๆ
boonmee   
Tue 11 Nov 2008 23:18 [9]
 

น่าไปด้วยจังอ่ะ
panda   
Sat 8 Nov 2008 15:30 [8]
 

ด้านหลังนั้นเป็นสถานที่บำเพ็ญทุกกรกิยาขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และพระปัญจวัคคีย์ทั้งได้มาอุปัฏฐากดูแลพระองค์อยู่หลายปี จากการที่พระองค์บำเพ็ญมาด้วยการทรมานพระวรกายด้วยการอดอาหาร ฯลฯไม่ทีท่าว่าจะได้บรรลุธรรมเลยเปลี่ยนวิธีการด้วยการมาเสวยพระกระยาหารเหมือนเดิมทำให้ปัญจวัคคีย์เห็นว่าจักไม่บรรลุธรรมแล้ว ขนาดอดอาหารยังไม่สามารถตัดกิเลสได้เลยจะป่วยกล่าวไปไยกับการมาฉันภัตตาหารจะบรรลุธรรมได้ยังไง จึงพากันหนีไปอยู่ที่ป่าอิสิปนมฤคทายวันที่เมืองสารนาถ
พระมหาจูม มหาลาโภ   
Thu 6 Nov 2008 9:47 [7]
 

ใช่แล้วจ้าน้องอ้อย จะตาร้อนผ่าว ๆ อยู่ไยเล่า ก็มาแบกเป้ไปด้วยกันซะหมดเรื่อง อิอิ
จขด.   
Fri 31 Oct 2008 11:15 [6]

ใม่มีอะรรับแต่เอ่ใม่เข้าใจนะครับว่าข้าวโพดกับน้ำมะม่วงนี่ชอบน้ำมะม่วงมกว่าเพราะอะรัยครับ แล้วที่ว่าโดนใจ โดนใจวัรุ่นใช่ใหมครับฮิๆๆแซวนะครับ
boonmee   
Thu 30 Oct 2008 16:00 [5]
 

ต๋อย พี่จะไปอินเดียปีหน้าประมาณเดือน กรกฎาคม อ่ะนะ ครั้งนี้จะไปดาร์จีลิ่ง สิขิม สนมั้ย ๆ แปกเป้ไปกันเองอ่ะนะ..
จขด.   
Thu 30 Oct 2008 11:37 [4]

คาร์บอน 14 ค่ะ แหมพิมพ์ผิดเป็นคาร์ยอนได้ไงเนี่ย?
จขด.   
Wed 29 Oct 2008 18:23 [3]

หนูเคยได้ยินมานานนะคะสมัยเด็ก ๆ กินข้าวเหลือจากพระจะดี แต่สมัยนี้คะพี่พิม เชื้อโรคทั้งหลายแบคทีเรียก็เยอะนะคะ หากใช้ช้อนกลางก็คงไม่มีปัญหานะคะ


เจอ(ผนังบ้าน)ขี้วัวอีกแล้วนะคะพี่พิม

หนูรู้สึกว่าเราโชคดีนะคะ เห็นชีวิตคนที่ลำบากกว่าแล้วเวลาท้อ ๆ นี่ น่าจะมีแรงลุกมาสู้ได้ดีนะคะ
น้องอ้อย   
Mon 27 Oct 2008 8:32 [2]

ในที่สุดเราก็เข็นมันออกมาจนได้ ท่ามกลางภาวะขี้เกียจสุด ๆ
จขด.   
Sun 26 Oct 2008 21:23 [1]

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh