ลองขยับไดฯ
แอบทิ้งหัวใจ...ไว้ที่อินเดีย(ภาคจบ)
แอบทิ้งหัวใจ...ไว้ที่อินเดีย
อรุณสวัสดิ์เบญจคีรีนคร
ตามรอยกามนิตที่ราชคฤห์นคร
สนธยา ณ ไพศาลี
หยดน้ำตา ณ สาลวโนทยาน
ชาติภูมิมหาบุรุษเอกของโลก
เยือนแดนดินถิ่นองคุลีมาล
บันนารัสส่าหรีมหานทีคงคา
อรุณรุ่งที่พุทธคยา
ก้าวแรกที่โกลกัตตา
ปฐมเหตของการเดินทาง
รายงานการเดินทาง
เดินทางอีกแล้ว...
คืนวันอันวุ่นวายภาคสอง
คืนวันอันวุ่นวาย
ลองทำดู
ศุกร์/สุข?
รวมเรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์
วันเกิด
นิทรรศการของจิ๋ว
ต๋อย
แม่น้องธัย
2 ผัก






 

รุ่งอรุณที่พุทธคยาเริ่มขึ้นอีกครา.....กับ  ๑๑ วันในแดนพุทธภูมิ  ประเทศอินเดีย....เมื่อคืนที่ผ่านมาหลับสบายมาก  มากเสียจนคิดว่านอนอยู่ในบ้านตัวเองฉันใดก็ฉันนั้น  นอนแบบคิดว่าพรุ่งนี้

เป็นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ซะด้วยซ้ำ   จนได้ยินเสียงเคาะประตูห้องจากแม่ชีอรัญญาที่มาตามว่าจะพาไปชมวังมหันต์  ดีดตัวลุกขึ้นอาบน้ำแบบเร็ว ๆ กลัวตกรถ  รีบจรลีไปกินข้าวเช้าแล้วเสร็จเคลื่อนพลไปเยือนวังมหันต์ (ยังกะไปรบ)  ....โอ้...วันนี้เราได้เข้าวังเลยหรือนี่?..

แอบทิ้งหัวใจ ไว้ที่อินเดีย

 

ความรุ่งเรืองของวังมหันต์ในอดีต

ดูได้จากร่องรอยที่เหลืออยู่ในปัจจุบัน

แอบทิ้งหัวใจ ไว้ที่อินเดีย

มหันต์ศรีสุทรรศนะ คีรี หัวหน้าลำดับที่ ๑๘ (ปัจจุบัน) 

รูปด้านข้างเป็นนักบวชนิกายมหันต์

          รถจอดให้ลงก่อนถึงวังมหันต์ เพราะทางแคบ  จากนั้นเดินเท้าต่อไปยัง...วังเก่าอันยิ่งใหญ่..

ซึ่งอยู่ห่างจากมหาเจดีย์พุทธคยาประมาณ ๓๐๐ เมตร และตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา วังมหันต์แห่งนี้มีอายุประมาณ ๔๐๐ ปี  สร้างในสมัยพุทธศตวรรษที่ ๒๑   อาคารสูงหลายชั้น ข้างในเป็นลานกว้าง มีห้องจำนวนมาก ตรงกลางลานเป็นที่ประกอบพิธี  ที่นั่งของหัวหน้ามหันต์เรียกว่าบัลลังก์หัวเสือ  ปัจจุบันวังมหันต์เป็นที่อยู่ของนักบวชฮินดูนิกายมหันต์และสานุศิษย์ประมาณ ๒๐๐ คน  พระอาจารย์จูมเล่าถึงนิกายมหันต์ให้ฟังว่า..เป็นนิกายที่บูชาพระศิวะที่มีความเคร่งครัดมาก โดยห้ามนักบวชมีครอบครัว  ในอดีตมีนักบวชมากถึง ๓๐๐๐ คน  ปัจจุบันหัวหน้านักบวชชื่อ มหันต์ศรีสุทรรศนะ คีรี เป็นหัวหน้าลำดับที่ ๑๘  พร้อมนำคณะไปนมัสการหัวหน้านักบวชมหันต์ ระหว่างนั้นมีหญิงชาวอินเดียมาขอให้ท่านอำนวยพรเพื่อให้มีลูก ฉันเดินสำรวจวังมหันต์อย่างไม่เร่งรีบ คิดย้อนไปในอดีตวังนี้คงสง่างามใหญ่โตน่าดู เพราะดูจากห้องหับต่าง ๆ ที่มีอยู่มากหลายห้องต่างระดับกันไป แต่เดินมากก็ไม่ไหวเพราะอากาศที่อับชื้น ทั้งบันไดที่แคบและชัน เลยเดินขึ้นไปบนชั้นดาดฟ้าพร้อมคนอื่น ๆ เมื่อมาถึงชั้นนี้บอกได้เลยว่าไม่ผิดหวัง เพราะอากาศที่โล่งสบาย มองไปเห็นบรรยากาศโดยรอบของพุทธคยา เห็นแม่น้ำเนรัญชราที่พระพุทธเจ้าทรงอธิษฐานลอยถาด ซึ่งได้มาเยือนเมื่อวันแรกที่เดินทางเหยียบแผ่นดินพุทธคยา มองเห็นยอดเจดีย์พระศรีมหาโพธิ์อยู่เบื้องหน้า ดื่มด่ำกับธรรมชาติกันพอควรแก่กาลก็เดินลงมาชั้นล่าง  เมื่อมาถึงบริเวณระเบียงชั้นล่างฉันเดินสำรวจดูพระพุทธรูปโบราณที่มีอยู่หลายองค์ รวมทั้งรอยพระพุทธบาท ที่มีสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ แต่ไม่ได้รับการดูแลรักษา น่าเสียดายที่ถูกวางทิ้งไว้เช่นนี้ เพราะดูจากอายุแล้วคาดว่าจะประเมินค่ามิได้

แอบทิ้งหัวใจ ไว้ที่อินเดีย

พระพุทธรูปโบราณที่ประเมินค่ามิได้

ถูกเก็บไว้ภายในวังมหันต์

 ออกจากวังมหันต์คณะนัดรวมพลพร้อมกันที่ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ เพื่อขอขมากรรมและถวายทุนานุการศึกษาพระวิทยากร  ฉันเชื่องช้าอีกเช่นเคย เพราะมัวแต่เถลไถลดูโน่นนี่ตามประสาคนไม่ชอบอยู่ในกรอบ ไปถึงต้นพระศรีมหาโพธิ์ช้ากว่าคนอื่นที่เค้านั่งพับเพียบเรียบร้อยกันหมดแล้ว แต่ฉันก็คือฉันที่พกพาความมั่นใจไปในทุกที่   ถือว่ามาช้าดีกว่าไม่มาเลย (ฮาฮาเข้าข้างตัวเองอีกแล้ว)  ไปถึงก็ทำเนียน ๆ คลานเข่าไปนั่งพับเพียบเรียบร้อยกลมกลืนกับคนอื่นได้อย่างเรียบสนิท...พิธีการขอขมากรรมพระวิทยากรเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ ดูขรึมขลังมากทีเดียว และจบด้วยพวกเราทุกคนขอขมากรรมซึ่งกันและกันที่อาจบังเอิญล่วงเกินกันทั้งด้วยตั้งใจและไม่ตั้งใจ  ช่างเป็นภาพที่ประทับใจฉันอย่างยิ่ง..ที่เห็นการปฏิบัติต่อกันเฉกเช่นนี้

แอบทิ้งหัวใจ ไว้ที่อินเดีย

พิธีขอขมากรรมและถวายทุนานุการศึกษาพระวิทยากร

 ณ ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์

ให้ความรู้สึกที่ดีมาก ๆ ถ้าคนบนโลกนี้จะมีการขอขมากรรมซึ่งกันและกัน

          จากนั้นเป็นการนั่งสมาธิ....ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับทุกคนที่ต่างกำหนดจิตตัวเองให้ดิ่งเดี่ยวลุ่มลึก ตัวฉันถึงแม้จะเป็นคนสมาธิสั้นแต่เมื่อมาอยู่ในห้วงเวลาและสถานที่ดี ๆ เช่นนี้ก็เก็บอาการไม่สนิท  รู้สึกอิ่มเอมใจ  สุขใจอย่างล้ำลึก จนกลั้นน้ำตาแห่งความปีติเอาไว้ไม่อยู่  ในระหว่างที่นั่งสมาธินั้นจิตประหวัดไปถึงบุคคลอันเป็นที่รักหลากหลายคน หนึ่งในนั้นเป็นน้องสาวร่วมโลกที่ต่างกรรมต่างวาระมาพบกัน บุคคลผู้นั้นคือเกศแก้ว ศิริวัฒน์ (ต๋อย) ที่อยากให้มาอยู่ในห้วงเวลานี้ด้วยกัน เพราะต๋อยจะถูกทำร้ายทางอารมณ์จากคนแวดล้อมอยู่บ่อยครั้งจนทุกข์แล้วทุกข์เล่า เมื่อตัวฉันเกิดอาการสุขจากภาวะดังกล่าวจึงอยากเผื่อแผ่ความสุขอย่างนี้ให้กับบุคคลอันเป็นที่รักของฉันด้วย.. 

แอบทิ้งหัวใจ ไว้ที่อินเดีย

พระพุทธเมตตา ปฏิมากรรมที่งดงามเกินคำบรรยาย

แอบทิ้งหัวใจ ไว้ที่อินเดีย

สมาธิจิตใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ สถานที่ตรัสรู้ของพระองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

น้ำตาแห่งความปีติที่รินหยด ณ สถานที่นี้

กับความคิดถึงเกศแก้ว ศิริวัฒน์ (ต๋อย)

เพราะปรารถนาให้มาอยู่ด้วยกันในห้วงเวลาและความรู้สึกดี ๆ ที่ได้รับ..

      พิธีกรรมที่ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์เป็นอันแล้วเสร็จ คณะเดินทางต่อไปถวายผ้าป่าที่วัดป่าพุทธคยา ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเจดีย์พระศรีมหาโพธิ์มากนัก เสร็จแล้วจึงมากินข้าวเที่ยงที่วัดไทยพุทธคยา จากนั้นก็อิสระในการเป็นอยู่   อ.ปู่ปรารถนาจะเดินทางไปยังภูเขาดงคสิริ  สถานที่บำเพ็ญทุกกรกิริยาขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงได้นัดหมายเวลาเพื่อไปยังสถานที่ดังกล่าวด้วยรถตาต้าซูโม่ ๒ คัน อัดแน่นแบบอบอุ่นจนร้อน   ตลอดการเดินทางสงสัยผีจะเจาะปากฉันเป็นแน่   เพราะเล่นยิงคำถามพระอาจารย์จูมไปตลอดเส้นทางที่รถวิ่งผ่าน แหม! แต่ละคำถามของฉันก็นะ อาทิ        อินเดียมีกระเทยไหมคะ? ผ่านมาหลายวันแล้วไม่เห็นมีร้านเสริมสวยเลยผู้หญิงอินเดียเค้าไม่ไดร์ผมกันเหรอคะ? (เล่นถามแบบนี้พระท่านคงมึนไปแปดวันเป็นแน่แท้ ^-^ อิอิ)

       มาถึงภูเขาดงคสิริ  ต้องเดินเท้าขึ้นภูเขาพอประมาณ เล่นเอาเหงื่อโชกไปตาม ๆ กัน แต่ก็คุ้มสุดคุ้มเมื่อขึ้นไปถึงข้างบนอากาศดีมาก  มองเห็นทัศนียภาพของเมืองคยาในมุมกว้างเหมือนภาพถ่ายแบบแพนโนรามา  สวยงามไปอีกแบบ เข้าไปในถ้ำเล็ก ๆ มีพระพุทธรูปปางบำเพ็ญทุกกิริยาที่พระวรกายผ่ายผอม เห็นซี่โครงจนนับได้  ฉันไม่กล้าอธิษฐานขออะไร เพราะแค่เห็นรูปปั้นท่านก็ดูน่าสงสารเหลือเกิน  ตอนขากลับที่ลงมาเจอขอทานประปราย มีคุณยายใจดีจะให้ทาน อ.ปู่ขันอาสานับจำนวนคนให้ ประมาณว่าได้ ๖๐ คน แต่การณ์กลับไม่เป็นดังนั้น....มื่อเห็นว่าจะมีคนบริจาคทานแน่แล้ว ก็จะมีม้าเร็วห้อลงไปในหมู่บ้านทันที ปรากฎว่าจาก ๖๐ คนเพิ่มเป็นหลักร้อยในเวลาแค่ไม่กี่นาที..กว่าจะฝ่ามหาชนคนขอทานลงมาได้แทบร่ำไห้ไปตาม ๆ กัน..(แล้วจะกลับมาเขียนต่อ..ช่วงนี้ไม่ไหวมรสุมชีวิตกระหน่ำส่งท้ายปีเก่า...)

แอบทิ้งหัวใจ ไว้ที่อินเดีย

บนภูเขาดงคสิริ  สถานที่บำเพ็ญทุกกรกิริยาของพระพุทธเจ้า

 

แอบทิ้งหัวใจ ไว้ที่อินเดีย

 

มหาชนคนขอทานที่อ.ปู่ประมาณผิดคิดว่าแค่ ๖๐ คน

แต่ความจริงยกกันมาทั้งหมู่บ้าน

งานนี้ อ.ปู่คงฝันร้ายไปหลายวันที่นับคนผิด อิอิ

     Share

<< อรุณสวัสดิ์เบญจคีรีนครแอบทิ้งหัวใจ...ไว้ที่อินเดีย(ภาคจบ) >>

Posted on Thu 18 Dec 2008 20:59
อยากไปอยู่นิ แต่หาตังไม่ได้ทีลูกหมีเอ๊ย
ครูเอง   
Fri 13 Mar 2009 23:59 [16]

เมื่อไหร่ไปอินเดียค่ะ
somying dumluk   
Fri 13 Mar 2009 17:24 [15]
 

หนุกดีอาจารย์รุ้งอ่านแล้วขลังนะ
อาจารย์เก่งจริงนิ
somying dumluk   
Fri 13 Mar 2009 17:22 [14]
 

แวะมากู้หัวใจพี่พิมค่ะ ฮี่ๆๆ
น้องอ้อย   
Wed 11 Mar 2009 20:08 [13]

พี่พิมคับ



นานแล้วคับ



อยากอ่านแล้ววว พี่พิมหายไปไหนนน



โผล่มาเม้น แต่ไม่ยอมอัพ



คิดถึงเน้อ ^^
น้อง joke   
Tue 3 Mar 2009 21:39 [12]

เพื่อนแนะนำค่ะพี่พิม ปกติอ้อยก็เอาหมูบดมาแหล่ะ ก็อ่รอยค่ะ นุ่มกว่าไก่ปกติ(หรือคิดตามเพื่อนบอกไม่รู้ค่ะ) เนื้อไก่งวง ก็เป็นอาหารที่สำหรับคนลดน้ำหนักเค้าแนะนำอยู่แล้วค่ะ (อ้อยไม่ได้ลดนะคะ เห็นว่าดีก็นะ ลอง) ว่าไปแล้ว อยู่ที่ปรุงรสค่ะพี่พิม อ้อยขาดพวกผักเครื่องค่ะ หน้านี้หายาก ปกติหน้าร้อนนี่ วิ่งออกไปนอกบ้านก็ได้ออกมาทุกอย่าง ล้าง ๆ หั่น ๆ ใส่ไป นี่ไปซื้อมามีแต่ผักชีฝรั่ง แถมเน่าเยอะเลย แต่หนูแบบว่า เหอะๆๆๆ หนักไปทางตับ ใส่ตับไก่เยอะเลยค่ะ แต่นาน ๆ ทำกินนะคะ แบบว่าจะเป็นปจด.นี่แหละอยากอะไรแบบเปรี้ยวรสจัด ๆ พอหายหิวค่ะ
น้องอ้อย   
Thu 26 Feb 2009 2:06 [11]

ฮ่าๆ พี่พิมถูกพี่ต๋อยทั้งกดและดัน กร๊ากๆๆ
น้องอ้อย   
Mon 16 Feb 2009 3:10 [10]

Thanks somuch for your nice diary. I am so exciting to wait for your new page. I hope to see your new diary 's page soon.
Best regards,
Anne The Witch
Anne The Witch   
Thu 22 Jan 2009 15:45 [9]
 

Thank you ka P'Pim
Nong Oy   
Sun 18 Jan 2009 12:19 [8]

หนูกลับเป็นฝ่ายอายมันซะงั้น
ขอโทษอีกทีนะค่ะ
แต่หนูก็ออิ่มใจนะพี่..
อยากให้พี่มานครฯจัง
หรือว่าหนูจะลาสามีนั่งรถตู้
ไปให้เลี้ยงข้าวที่ภูเก็ตพังงาดี
อยากกินปู หอย ปลา กุ้ง สด ๆ
ต๋อยค่ะ   
Fri 16 Jan 2009 16:47 [7]

ลืมๆ....ช่วงสถานการณ์แบบนี้
บางทีหนูก็อยากไปนั่งสมาธิจังค่ะ บางวันรู้สึกล้า ๆ เหนื่อย ๆ เหมือนขาดอะไรสักอย่าง ยามที่จิตใจห่อเหี่ยว แต่ก็พยายามสร้างกำลังใจให้ตัวงเองเสมอค่ะ พี่พิมไม่ต้องห่วงนะคะ หนูขอบคุณกำลังใจและความคิดถึงจากพี่พิมเสมอค่ะ
น้องอ้อย(อีกรอบ)   
Fri 2 Jan 2009 22:10 [6]

สวัสดีปีใหม่ค่ะพี่พิมที่คิดถึง
หนูเพิ่งอ่านเมล์ค่ะ (ไว้จะตอบค่ะ)
เลยรีบมาที่นี่ เชื่อมั้ยหนูไม่ได้เข้ามาอ่านไดพี่พิม(กับพี่ต๋อย)เลยเพิ่งมาเห็นประกาศจากพี่....คิดถึงนะคะพี่พิม
ที่หายไปคือพ่อน้องธัยไม่สบาย(เป็นมะเร็ง)ค่ะ เหนื่อยหน่อยค่ะ ต้องขับรถไปรพ.ไกลเพื่อรักษา แต่ก็ทำดีที่สุด เรามีความหวัง เรามีกำลังใจ เราเชื่อกันว่าทุกอย่างต้องผ่านไปด้วยดี

ปีใหม่นี้หนูขออวยพรให้พี่พิม ประสบแต่สิ่งดีในชีวิตนะคะ ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บทั้งปวงนะคะพี่พิม (แล้วพี่พิมเป็นอะไร เห็นพี่ต๋อยบอกพี่ต้องระบมปวดเมื่อย)

ไว้ไงหนูจะส่งข่าวทางอีเมล์นะคะ
----

เออ นั่นสิค่ะ หนูก็สงสัยว่า เค้ามีกระเทยป่าว (ฮา) เรื่องผม(ไม่เกี่ยวกับไดร์ผม) หนูเคยถามเอ๋หรือคุยกับใครสักคนนะคะ(จำไม่ได้แน่สำหรับคนอิสลาม) หากเช้า (สำหรับคนมีคู่) ใครผมเปียก(สระผมในวันรุ่งขึ้น) แสดงว่าเมื่อคืน......(ละไว้ในฐานที่เข้าใจ)

ตกลงจริงใชป่าวค่ะพี่พิม...หนูป่าวทะลึ่งนะ
น้องอ้อย(มาด้วยความคิดถึง)   
Fri 2 Jan 2009 22:08 [5]

ป ระ กา ศ

ถึงน้องอ้อย...แม่น้องธัย...อยู่ไหนอะจ๊ะ? โปรดทราบ...คิดถึงอย่างแรงกล้า..หายไปไหนแวะไปเยี่ยมบ้านทุกวันแต่ประตูยังปิด ถ้าบังเอิญแวะเวียนมาเยี่ยมพี่..ก็โปรดทิ้งร่องรอยไว้ให้ตามแกะทางด้วยนะจ๊ะ...,เมกามันกว้างใหญ่ไพศาลนะ กลัวตามหาในฝันไม่เจอจ้า..
จขด.   
Thu 18 Dec 2008 22:12 [4]

ต๋อยเอ๋ย...มีบ่อย ๆ แหละดี จะได้รู้ว่า..พี่ไม่ใช้โดดเดี่ยวผู้น่ารัก..บางวันก็ทำใจได้ บางวันก็ทำใจไม่ได้วะต๋อย..เอาก็เอา...เราจะจับมือสู้ชีวิตไปพร้อมกัน..มีพี่มีน้อง..คริคริ ไม่รู้ใครจะสติแตกก่อนกัน หุหุ
จขด.   
Thu 18 Dec 2008 22:09 [3]

ถึงปุ้ย...รู้แล้วล่ะว่าตอนนี้ปุ้ยนอกใจพี่ 555++ ..เรื่องไม่สบายใจทำใจลำบากอ่ะปุ้ยเอ๊ย แต่ก็จะพยายามเนอะ..

เออ..ใช่จะอัพเรื่องนี้ข้ามปีเหมือนปุ้ยว่าแหละ..
จขด.   
Thu 18 Dec 2008 22:07 [2]

ต๋องใช่น้องสาวเหรอครับครับ
ร้านเสริมสวยคงไม่มีหรอกเนาะครับที่อินเดียสงสัยคงคิดหนักแล้วละว่าจะตอบอย่างรัย
boonmee   
Sun 14 Dec 2008 18:41 [1]
 

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh